ประสบการณ์ของคนขี้แพ้
posted on 06 Jun 2008 21:57 by lawchulaกลับมาแล้ว กลับมาแล้ว...จ้า
งงๆ กับหัวข้อเอนทรี่นี้กันไหมเอ่ย ขอสารภาพความจริงเลยนะว่า ถึงแม้ไม่ได้เข้ามาเขียน อัพเดทบล็อกอย่างที่มันควรจะเป็นแต่ก็จะแอบเข้ามาอ่านเอนทรี่ที่น่าสนใจของเพื่อนๆและแอบเข้ามาดูด้วยว่ามีใครแวะเวียนมาทักทายกันบ้างมั้ย เราก็สังเกตว่าช่วงที่ผ่านมาคงใกล้เวลาสอบตั๋วทนายของน้องๆเพื่อนๆและพี่ๆหลายคนจึงมีคนสนใจแวะเวียนกันเข้ามาจากที่ต่างๆซึ่งก็คงมาจากการค้นเจอจากกูเกิ้ล แล้วก็เข้ามาถามในเอนทรี่เก่าโก๋กึ้ก รวมทั้งอยากให้อัพเดทข้อสอบด้วย
ขอเรียนไว้ ณ ที่นี้เลยว่า เรื่องของตั๋วทนายนั้น เราว่าเราได้เขียนอย่างดีที่สุด(ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ละเอียดที่สุด หรือว่าลึกซึ้งสุดๆอย่างที่เพื่อนๆต้องการ) แต่ก็หวังว่ามันได้ทำคุณประโยชน์เป็นแนวทางให้กับเพื่อนๆต่อไป ข้อสอบใหม่ๆเท่าที่เราค้นหาโดยใช้คีย์เวิร์ด อย่างเช่น ตั๋วทนาย ข้อสอบ รุ่น มันก็ยังพอจะหาเจออะไรได้บ้าง ซึ่งเราไม่ได้มองเป็นแก่นสารสาระอะไรเพราะข้อสอบที่ดีมันก็คงไม่ออกซ้ำซาก และทางสภาทนายก็เอามาพิมพ์ขายด้วย ยังไงก็ช่วยซื้อใช้กันหน่อย ใครมีอยู่แล้วอยากอัพเดทก็ไปติวแล้วก็ยืมเพื่อนถ่ายเอกสารปีล่าสุดเอาละกัน หรือจะค้นหาด้วยความพยายามทางกูเกิ้ลนี่ก็ยังมีคนเอามาถกกันหลังสอบให้ได้เห็นบ้าง คำแนะนำเราได้เขียนในเอนทรี่ก่อนหน้านี้แล้วว่าควรอ่านหนังสือเล่มไหน ควรทำอะไรที่เราเห็นว่าเป็นแก่นสารสาระ เราก็เข้าใจคนสอบนะว่า คนไม่เคยจะสอบไม่เคยเห็นการสอบจริงมันก็กลัว คนสอบหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซักทีมันก็เกร็ง ยิ่งเข้าไปอ่านในเว็บบอร์ดที่ชาวเราเข้าไปโพสต์กันบ่อยๆ ยิ่งช่วงนี้ยิ่งเห็นมาโฆษณาการติวกันใหญ่ พูดจากประสบการณ์เลยนะว่า แทบไม่แตกต่างกัน สำหรับการติวหรือไม่ติวนะ ไม่ใช่ติวที่ไหนก็ไม่ต่าง เพื่อนที่สอบพร้อมกัน ไม่มาติว สอบผ่านคะแนนสูงกว่าเรา เวลาอ่านก็ไม่ได้มากมาย แต่ขยันหาโจทย์มาทำ อีกคนติวข้างกันก็ผ่าน คะแนนน้อยกว่าเราหน่อยนึง คนที่ร่วมติว ก็เห็นตกกันระนาว อันนี้ไม่ได้จะมาต่อต้านการติว ใครใคร่ติว คิดว่าดีก็ไปเถิด มีเห็นซื้อหลักประกันให้อุ่นใจซะ แต่ไม่มีตังค์ไม่ต้องไปขวนขวายติว เอาเงินไปซื้อตำรา แล้วขยันหน่อยเถอะ มันจะผ่านนะ ขอบอก
เขียนมาถึงตรงนี้ขอชี้แจงแถลงไขอะไรซักอย่างหนึ่งซึ่งมีคอมเม้นท์มาน่าสนใจ
หลายๆอันบอกว่า อะโธ่เอ้ย รู้แค่นี้มาเขียน... อันนี้เรายินดี ยอมรับ ด้วยความเต็มใจ เพราะรู้แค่นี้จริงๆ ไม่มีกั๊ก รู้มากกว่านี้ก็จะเขียนมากกว่านี้ ถ้าไม่ขี้เกียจอะนะ เราไม่อวดรู้อวดฉลาดอวดสรรพคุณเป็นพอใจเราแล้วล่ะ เราก็คนธรรมดาคนนึงที่อยากแบ่งปันสิ่งที่รู้ให้กับคนที่ยังไม่รู้ หรือคนที่รู้แล้วก็มาแก้ไขความไม่รู้ของเราได้นะ คนอื่นจะได้รู้ต่อไปไงล่ะ
เมื่อก่อนก็ยอมรับนะว่าก่อนจะมาเขียนบล็อกนี่ อยากเป็นคนไม่ธรรมดาเลย ตอนนี้ก็อยากเป็นอยู่บ้างแต่ไม่มากเท่าเดิม การเป็นคนธรรมดาบ้างมันก็ดีนะ เพราะเราทำใจยอมรับว่าเรามีผิดพลาดได้และไม่ได้เก่งซูเปอร์ฉลาดแสนรู้แสนซนคนสวย(ฮ่าฮ่า)ไปซะหมด มันต้องมีที่ไม่รู้ หรือรู้มาผิดพลาดบ้างเป็นธรรมดาของคนธรรมดา
และชีวิตมันก็ไม่ได้ดีวิริศมาหราวิจิตตระการตา
เราก็มีวันเซ็งๆ มีวันโง่ๆ มีวันขี้เกียจ มีวันตกงาน มีวันผิดหวัง มีวันท้อแท้ มีอีกหลายๆวัน ที่มันห่วยๆ
แต่ก็ ไม่มีวันสิ้นหวัง
พ่อแม่ชอบบอกว่าเรานั้นขี้แพ้ เริ่มจากเด็กๆแพ้อาหาร โตมาเถียงแพ้เพื่อน เข้าเรียนเรียนแพ้เพื่อนได้ที่สาม เพื่อนได้ที่หนึ่ง จบป.ตรีไม่ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ไม่ได้งานที่ฝันไว้ ลาออกก่อนที่จะผ่านงาน ตกงาน ขี้เกียจทำงาน พ่อแม่ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไม่รู้จะตอบใครเขายังไงดีว่าลูกทำอะไรอยู่(จริงๆบอกว่าออกหาปลาก็น่าจะได้ เพราะดูจะออกทะเลไปไกลมากๆเลยนะนี่ ฮ่าฮ่า)
คนขี้แพ้คนหนึ่ง นั้นรอคนที่จะเข้าใจ มาเป็นเพื่อนคลายเหงา มาได้ฟังเพลงใกล้ๆ...แบ่งปันทุกข์และสุข...(เขาเรียก Mash-upนะ อย่ามาจับข้อหาละเมิดลิขสิทธินะเฟร้ย ทุกคนมีสิทธิจะวิจารณ์ ในทางตลกเสียดสี)
ประสบการณ์ของคนขี้แพ้ไม่ได้สอนให้เรายอมแพ้
ประสบการณ์สอนว่า มันมีวิธีอีกมากที่จะไปสู่สิ่งที่ต้องการ แม้เราไม่ได้สิ่งที่ต้องการทั้งหมดก็ตาม ชีวิตก็ยังมีดอกกุหลาบเสมอ(ไม่ใช่ดอกกุหลาบหนามแหลมคม แต่เป็นกลีบกุหลาบที่อ่อนโยน) (สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจคือ มันเป็นสำนวน ไม่ใช่ของไทย แต่เขาหมายถึงว่า ชีวิตมันก็ยังมีเรื่องสวยงามอีกมากมายมิใช่หรือ ทำไมไม่เปิดตาดูกัน... อันที่จริงน่าจะเอาไปถามคุณเจ้าของบล็อกที่ทำสำนวนภาษาอังกฤษนะว่า จริงๆมันพูดว่าไง)
แก้ไขเพิ่มเติม
ตอนนี้ได้สร้างหมวดหมู่ใหม่ ชื่อว่า License ซึ่งรวบรวมเอนทรี่เกี่ยวกับตั๋วทนายไว้ด้วยกันแล้ว ใครสนใจก็ไปคลิกดูได้ตรงนั้นนะจ๊ะ