โอเคมาต่อกัน ค้างไว้ที่ข้อ 5
5. หลักฐานแสดงว่าเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าสมาชิกเนติฯนั้นมี 2 ประเภท
คือ สามัญสมาชิก และวิสามัญสมาชิก

อธิบายง่ายๆ ดังนี้
สามัญสมาชิก คือ ผู้ที่สอบไล่และสอบปากเปล่าได้เนติแล้ว

วิสามัญสมาชิก คือ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษา
ที่เนติรับรองให้เทียบเท่ากับธรรมศาสตร์ ซึ่งก็ได้แก่ผู้ที่จบจากคณะนิติศาสตร์
สถาบันของรัฐทุกสถาบัน สามารถไปยื่นขอสมัครสมาชิกวิสามัญของเนติได้

ตรงนี้ไม่ขอกล่าวละเอียดถึงขั้นตอนว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง(เดี๋ยวมันไม่จบ
ไว้เดี๋ยวรอเอนทรี่ต่อๆไปแล้วกัน)
แต่ว่าการจะได้เป็นสมาชิกวิสามัญนั้น ต้องผ่านการประชุมของคณะกรรมการ
และมีการรับรองจึงได้เป็นสมาชิกประเภทนี้ ซึ่งปกติก็ใช้เวลา 2-3 เดือน
ดังนั้นจะให้ดี เรียนจบแล้วก็รีบไปขอสมัครไว้เลย
จะได้ไม่ต้องกังวล
แล้วถ้ามารอให้สอบตั๋วทนายผ่านก่อน ก็ต้องรอประชุมเนติ แล้วยังต้องรอตั๋วอีก
เสียเวลาไปอีกเกือบครึ่งปีนะเออ มิใช่น้อยๆ

หลักฐานประกอบคือต้องไปขอหนังสือรับรองจากเนติ ไปตรงชั้น2 เลี้ยวขวา
ห้องเดียวกับที่เวลาไปสมัครสมาชิก หยิบใบมากรอกได้เลย คนที่ได้วิสามัญ
จะได้ใบเขียวๆมา เอาไปด้วย จะต้องกรอก ครั้งที่ประชุม แล้วก็วันที่ไรพวกนี้
แล้วไปยื่นให้พี่ที่เคาน์เตอร์ พี่เขาจะให้ไปจ่ายตังค์ก่อน เสียเงิน 100 บาท
ช่องจ่ายเงิน อยู่ทางด้านขวาเข้าไปข้างในอีกหน่อย
จ่ายเสร็จแล้วเอาใบเสร็จมายื่นพี่ที่เคาน์เตอร์

ถ้าเป็นการขอหนังสือรับรองเนติปกติ ก็จะใช้เวลาประมาณ 10 วัน มารับที่เนติได้
แต่กรณีนี้บอกพี่เขาด้วยว่า ให้จัดส่งไปที่สภาทนายความ(อันที่จริงพี่ห้องนี้น่ารัก
มักจะถามเสมอ แล้วก็อ่านเหตุผลที่ขอด้วย ถ้าเห็นว่า"ยื่นเพื่อขอจดทะเบียนใบอนุญาต
ให้เป็นทนายความ" ก็จะถามทุกครั้ง ไม่น่าลืม) พี่เขาจะเก็บเงินค่าส่งอีก 20 บาท
แล้วให้ใบเสร็จสีชมพูมา เราได้มาแล้วก็อย่าพึ่งขยำทิ้งนะ
ได้มาแล้วต้องใช้ใบสีชมพูนั้น ไปยื่นที่สภาทนายความแทนหนังสือรับรองซึ่งเนติ
จะจัดส่งไปให้สภาทนายความเองทีหลัง ขั้นตอนนี้สำคัญมาก แต่คงไม่งงกันเนอะ

อ้อ ถ้าใครไปขอหนังสือรับรองมาก่อนล่วงหน้าก็ดีเหมือนกัน
แต่ตรวจดูด้วยว่า วันที่ออก จนถึงวันที่ไปยื่นเอกสารที่สภาทนายความ ไม่เกิน 90 วัน
และต้องนำฉบับจริงไปยื่นเท่านั้นจ้ะ

6. ถ้าใครเคยเป็นทนายความ ผู้พิพากษา ตุลาการศาลทหาร อัยการ ก็มายื่นเอกสาร
แสดงว่าเคยเป็น อันนี้ก็ไม่ค่อยเข้าใจซักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าข้ามส่วนนี้ไป
... แป่ว ป่อยๆ เอาสำหรับคนธรรมดาที่พึ่งขอยื่นครั้งแรกดีกว่านะ
... หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมมรรยาททนายความ หลักปฏิบัติ ฯลฯ
ก็คือที่อุตส่าห์ไปนั่งหลังขดหลังแข็งมาเมื่อวันก่อน ก็เอาใบประกาศนั้นน่ะ
ไปทำสำเนา แล้วเอาตัวจริงไปด้วยจ้ะ

7. กรณีเคยรับราชการ ต้องแนบหลักฐานคำสั่งเกษียณอายุราชการ หรือคำสั่งลาออกจากราชการ
เพราะฉะนั้นใครทำราชการอยู่ ยกมือขึ้น เอามือลงได้
ยังไม่ต้องไปยื่นจดทะเบียนจ้ะ เพราะมันต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง
รับราชการ หรือ เป็นทนายความ ทำสองอย่างพร้อมกันไม่ได้
รอไว้ วันไหนลาออก แล้วก็ค่อยไปขึ้นทะเบียน

8. กรณีเคยต้องคำพิพากษาหรือถูกลงโทษทางวินัย
คำพิพากษานี่ต้องแนบสำเนาคำพิพากษาถึงที่สุด ประมาณคดีอาญา หรือล้มละลาย
แต่คำพิพากษาคดีแพ่งนี่ ไม่แน่ใจว่ายังไง
ถ้าถูกลงโทษทางวินัย ก็แนบสำเนาคำสั่งลงโทษค่ะ

9. รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ครุยเนติ สีหรือขาวดำก็ได้
ทั้งหมด 6 รูป แบ่งเป็น หนึ่งนิ้ว 3 รูป
และ สองนิ้วหรือสองนิ้วครึ่ง  3 รูป
รูปครุยเนติ ดูให้แน่ใจว่าถ่ายถูกด้วย
ผู้ชายผู้หญิงติดกระดุมเม็ดบนสุด
ผู้ชายผูกไทด์ด้วย แล้วค่อยสวมเสื้อครุย
ผู้หญิงไม่ต้องผูกไทด์ เสื้อด้านในควรเป็นเชิ้ตสีขาว(อันนี้คอมมอนเซนส์)
ดูให้สายที่อยู่บนบ่าด้านซ้าย ตรงกลมๆมันอยู่ค่อนมาด้านหน้าหน่อย
แล้วก็เวลาถ่ายออกมาต้องเห็นสายเต็มอัน...จึงจะถูกต้อง(แต่ไม่รู้ที่สภาเข้มงวด
เรื่องรูปมากแค่ไหน) ด้านหลังรูปเขียนชื่อ-นามสกุลไปได้เลย
ไม่งั้นเขาก็ให้ไปเขียนที่นั่นอยู่ดี

10. ค่าสมาชิก มีสองประเภทคือ สองปี กับ ตลอดชีพ
สองปี คือ มาเสียตังค์ใหม่ทุกสองปี ไม่มีสอบอะไร
ตลอดชีพ คือ เสียครั้งเดียวจนกว่าจะโดนถอนหรือลบชื่อไป
จริงๆสมัครตลอดชีพไว้ก็ดี เพราะมีข่าวลือ(แต่วันรับประกาศพี่ที่สภาก็พูด เอ๊ะ ยังไง)
ว่าต่อไปเขากำลังพิจารณาที่จะเปลี่ยนประเภทเป็น 1 ปี 5 ปีไรประมาณนี้
เหมือนใบขับขี่ที่เดี๋ยวนี้ไม่มีตลอดชีพแล้ว(ค่าต่อก็โค ตะ ระ แพงเลย
น้องพึ่งไปต่อเป็นบัตรแบบใหม่เหมือนบัตรประชาชน ปาเข้าไปห้าหกร้อย)

ทุกประเภท ถูกบังคับให้ทำบัตรประจำตัวภาษาอังกฤษด้วย เพิ่มตังค์อีก 100 บาท
สรุป
สองปี 1600+100= 1700
ตลอดชีพ 4800+100= 4900

ข้อสุดท้าย ตอนที่ไปกรอกข้อมูลจะมีให้แจ้งสำนักงาน ให้กรอกที่อยู่ตามบัตรประชาชนไป
แต่ถ้าขอจดแจ้งสำนักงานที่อื่น จะต้องให้หัวหน้าสำนักงานทำหนังสือรับรองมา
ถ้าสำนักงานเป็นนิติบุคคล ปกติก็เป็นเช่นนั้น ก็ต้องให้แนบหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ปกติก็คือ หนังสือรับรองบริษัท ซึ่งยุ่งยากหลายๆ

ขั้นตอนการยื่นจดทะเบียน นับแต่เดินเข้าไปยันเดินออกมา
ณ วินาทีนี้ ใครยังไม่เคยไปสภาทนายความที่ถนนราชดำเนินยกมือขึ้น...
ใครไม่เคยไป ก็ต้องไปแล้วคราวนี้

1. เดินตะล็อกต็อกแต๊ก ไปที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าที่ป้ายห้อยด้านบนว่า
"ยื่นคำขอจดทะเบียน" <<< มันออกจะชัดเจนปานนั้น
บอกว่าจะมายื่นสมาชิกประเภทอะไร ขอเอกสารที่ต้องกรอกด้วย
2. จะได้เอกสารมาสามสี่แผ่น มีแผ่นสำหรับกรอกข้อมูลใส่คอมอันนึง
แล้วก็ต้องมีกระดาษเคลือบแข็งอันนึงที่เป็นชื่อทนายความที่จะรับรองด้วย
ถ้าไม่ให้ ให้ทวงเขาด้วย
3. เดินไปเคาน์เตอร์ด้านข้างทางซ้ายมือ ด้านในหน่อยแต่อยู่ด้านนอกเหมือนกันนี่หละ
(งง มั้ยเนี่ย) คือเคาน์เตอร์ก่อนถึงที่ที่ปกติไปยื่นเรื่องสอบตั๋วเนี่ยหละ
กรอกมันบนเคาน์เตอร์นั้น ไม่อย่างนั้นจะต้องไปยืนเกะกะไม่เป็นสุขที่อื่น ทำเลอื่น
ไม่ดีเท่าทำเลนี้ แน่นอน ฟันธง!
4. กรุณามีสติขณะกรอก อย่าเขียนผิด ชื่อ กรอกแค่ชื่อตัว มีช่องนามสกุลให้กรอกต่างหาก
ที่อยู่ กรอกตามบัตรประชาชนไป ตัวจริงจะไปอยู่ที่ไหน เขาไม่สนหรอก
เซ็นชื่ออย่างมีสติ ไม่ต้องตวัดมากนัก เดี๋ยวมีต้องเซ็นอีกเยอะ
สำนักงานที่ไปฝึกอยู่ที่ไหนจำไว้ให้แม่น ต้องใช้กรอกด้วย(อันนี้เราเขียนแบบมึนๆไป)
แผ่นกรอกข้อมูลคอม ให้เขียนให้ชัดเจน ลดโอกาสพิมพ์ผิดต้องเสียเวลาอีกรอบ ยุ่งยากมาก
แผ่นเคลือบที่เป็นชื่อทนายนั้น กรอกในแผ่นผู้รับรองการยื่นขอจดของเรา อย่าเขียนชื่อตัวเอง
เป็นผู้รับรอง แล้วก็ไม่ต้องเซ็นชื่อตัวเองลงไป(หลายท่านอาจคิดว่าเรื่องแค่นี้จะบอกทำไม แต่...)
ที่สำคัญ มีสติ เข้าไว้ มาถึงขั้นนี้ แค่กรอกไม่ต้องเอ็กไซติ้งมาก
5. เสร็จแล้ว เอาบรรดาสรรพเอกสารที่รับรองสำเนาแล้วไปยื่นให้เคาน์เตอร์เดิม
เขาจะจัดการบรรจุใส่ซองติดเอกสารไว้ แล้วถามเราด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า
"จะให้จัดส่งให้หรือจะมารับเอง" มารับเองก็ไม่มีปัญหาไร แต่ถ้าจัดส่งจะมีใบเล็กๆมาให้
กรอกชื่อที่อยู่(ที่อยู่จริงๆ ไม่ใช่ตามบัตรประชาชน)อันนี้เสียเงินเพิ่ม 20 บาท
พี่ที่เคาน์เตอร์จะให้ไปยื่นที่ช่องการเงิน อยู่ข้างๆด้านขวามือ
6. จ่ายตังค์ให้เรียบร้อยเอาใบเสร็จไปยื่นที่เคาน์เตอร์เดิม(คนทำงานตรงนี้ ช่วงนี้จะเริ่ม
เหนื่อยแล้ว คนเริ่มมาเยอะ) พี่จะดีใจมาก เอาใบเสร็จแม็กกับใบนัดรับให้เราแล้ว
รีบส่งเรากลับบ้านไปเลยไป ซึ่งก็รีบเดินออกไปหาอะไรกินอย่างสบายใจ
ต่อไปนี้ก็นอนรออยู่บ้านว่าเมื่อไหร่จะส่งมาซะที

ผู้ที่ยื่นเอกสารภายใน 25 มกราคมนี้
คนที่รับบัตรด้วยตนเอง คาดการณ์ว่าน่าจะรับได้ประมาณ 25 มีนาคม
คนที่รอส่ง ก็ช้ากว่านั้น อาจเลยไปเมษายน อดทนรอหน่อย ใจเย็นๆ

แค่พิมพ์ก็เหนื่อยแล้ว คนอ่านเหนื่อยหรือยัง อิอิ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

กว่าจะได้เป็นแต่ละอย่างที่เราอยากเป็นมันชั่งยากเนอะ sad smile

#1 By Eddy on 2008-01-13 18:49

สู้ๆbig smile

#2 By book on 2008-01-13 21:25

เรียนก็ยาก ยังเป็นยากอีก
คอมเม้นสองทีผมตอบเหมือนเดิมเลย 555

#3 By bellbell on 2008-01-13 22:31

open-mounthed smile

#4 By ru (222.123.171.254) on 2008-01-15 15:44

แวะมาเยี่ยมก๊าบบ

#5 By investor on 2008-01-17 00:40