กะว่าจะมาเขียนในวันรุ่งขึ้น ดำดินหายไปซะหลายวัน
เกิดแอ๊คซิเดนท์นิโหน่ย เลยไม่ได้มาอัพเลย
แต่ว่าก็ไปหาข้อมูลมาเรียบร้อย
เสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูอย่างที่ตั้งใจ
ไม่เป็นไรเนอะ หยวนๆกัน

สำหรับคนที่จะยื่นขอจดทะเบียนทนายความนั้น
หลังจากผ่านด่านอรหันต์ฝึกหัด สอบแล้วสอบเล่า
จนกระทั่งฝึกนั่งสัปหงก ณ อิมแพคอารีน่า ราชธานีแล้ว
ก็มาถึงด่านสุดท้าย การตรวจสอบประวัติกับกรมตำรวจ
อ้อ เขาเปลี่ยนชื่อแล้วนี่หว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เพราะด่านสุดท้ายจะว่าไปแล้วก็คือการจัดการเรื่องเอกสาร
ให้เรียบร้อยเท่านั้นเอง โดยในกระบวนการก็มีการขอประวัติ
ว่าถ้ามีประวัติอาชญากรรม เช่นไปฆ่าคนตายมา อย่างนี้ก็คง
ไม่เหมาะจะมาเป็นทนายความ แต่ว่าถ้าเป็นความผิดเล็กน้อย
ก็คงไม่เป็นไร อีกอันหนึ่ง สำหรับคนที่เคยทำราชการ
ก็จะมีเอกสารและการตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมว่า
ไม่ได้โดนไล่ออก เพราะทุจริต หรือประพฤติผิดทำนองคลองธรรม

สำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมในการยื่นขอขึ้นทะเบียน เรียงตามลำดับ
(ลำดับที่เอกสารเขาบอกมาอีกที)

1. สำเนาทะเบียนบ้าน ทุกคนที่มีบ้านคงหาได้ไม่ยาก ใครยังไม่มี
จะไปหยิบยืมมาก็ยังทัน

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำหรับคนไทยคงหาไม่ยาก แต่ก็ไม่แน่
ต่อไปใครไม่มีเงิน 500 บาท อาจจะไม่สามารถทำบัตรประชาชนได้ ก็คง
อดเป็นคนไทยแน่ๆเลย อย่างไรก็ตามบัตรประจำตัวของบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น
ไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน

ก็ใช้ได้เช่นกัน อันนี้ก็ได้แก่ คนที่สอบจนหัวดำกลายเป็นหัวหงอก
และประสงค์จะใช้ชีวิตบั้นปลายในอาชีพทนายความแม้อายุอาณามไม่ต้อง
ทำบัตรใหม่แล้วก็ตาม ก็ใช้บัตรเดิมต่อไปได้

3. ใบรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม(ใบรับรองแพทย์)ฉบับจริง
ซึ่งต้องได้จากแพทย์จริงๆโรงพยาบาลจริงๆนะเออ
เมื่อก่อนไม่เคยขอใบรับรองจากแพทย์อื่นนอกจากแพทย์ชื่อพ่อ
นามสกุลเดียวกัน เขาเซ็นให้ฟรี เพราะคิดตังค์ไปมันก็ตังค์เค้าอยู่ดี
มาคราวนี้ ไม่อยากจะรบกวน เพราะความไม่สะดวก
อันเนื่องมาจากดวงชะตาชีพจรลงเท้าของท่านพ่อ
จึงได้ฤกษ์ออกไปเสาะหาใบรับรองจากแพทย์ท่านอื่น ณ โรงพยาบาลหน้าบ้าน
นั้นเอง จึงได้รู้ว่า ธุรกิจโรงพยาบาลนั้นช่างน่าสนใจเหลือเกิน
เวลาเพียงห้านาที ตั้งแต่เดินเข้าไปยันเขาไล่ให้ไปเสียค่าบริการ
เสียค่าบริการอย่างถูก แค่ 100 บาทเอ๊ง เองๆๆๆๆๆ
ถ้าตอนนี้มีตังค์จะไปซื้อ BGH BH ให้หมดเลย หึ

4. หลักฐานแสดงว่าสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
หรืออนุปริญญาทางนิติศาสตร์
(พวกน้องๆที่จบปี3นั่นเอง)
หรือประกาศนียบัตรในวิชานิติศาสตร์ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่า
ปริญญาตรีหรืออนุปริญญาจากสถาบันการศึกษา
ซึ่งสภาทนายความเห็นว่ามีมาตรฐานการศึกษาที่ผู้ได้รับ
ปริญญาตรีหรืออนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรควรเป็นทนายความได้

ตัวจริงพร้อมสำเนา แต่เท่าที่ดู ไม่เห็นจะขอตัวจริงใครดูเลย
ที่ดีที่สุดคือ เอาปริญญาบัตรไป พวกใบรับรองอะไรนี่
ระวังว่าเจ้าหน้าที่จะขอดูปริญญาแล้วจะลำบาก เอาที่ชัวร์เลยดีกว่า
คงไม่มีใครทำใบปริญญาหายนะ แต่ถ้าท่านนำไปเคลือบกรอบรูป
แขวนไปแล้ว ก็ไปแงะออกมาซะดีๆ

5. หลักฐานแสดงว่าเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา
ซึ่งก็คือหนังสือรับรองจากเนติบัณฑิตยสภา ซึ่งไม่เกิน 90 วัน
อันนี้ Tricky หน่อย

ขอมาต่อตอนพรุ่งนี้นะ...วันนี้ง่วงแล้วน่ะ อยากดูปฏิภาคสุดหล่อ
แข่งแฟนพันธุ์แท้ด้วยน่ะ แต่เราก็เชียร์ตัวร้ายอย่างอารัณ มวยปล้ำ
คือความชอบที่เหมือนกัน(อย่างน้อยพูดไรมายังค่อยรู้เรื่องหน่อย)
แล้วก็เชียร์ดูนก เพื่อนพระเอกผู้ใจกว้างประดุจปากนกหัวขวาน

ดื่มวีต้าแล้วไปนอนซะดีกว่า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เรียนก็ยากแล้วจะเป็นทนายยังยากอีก

#1 By bellbell on 2008-01-12 01:58

อินทาเนียมาแอบดู ฬ.จุฬาฯ open-mounthed smile

#2 By book on 2008-01-12 06:43

สุดยอดไปเลยค่ะ

#3 By okok (117.47.91.180) on 2008-01-12 12:28

confused smile
ไม่ได้มาเยี่ยมตั้งนานยังคงสาระความรู้เหมือนเดิมเลยนะคะ

#4 By Grammarman on 2008-01-12 17:24

ขอดื่ม คนดื่มวีต้า แล้วค่อยไปนอนทีหลังได้ป่ะครับ
55555

กว่าจะได้เป็นทนายนั้นแสนยาก
แล้วกว่าจะได้เป็นคนนี่ มันยากขนาดไหนหนอ ????


big smile

#5 By BB.Boy (125.24.217.160) on 2008-01-12 19:42

open-mounthed smile

#6 By ru (222.123.171.254) on 2008-01-15 16:07