Season greeting: แบ่งปันมุมคิด ชีวิตก็เปลี่ยน
posted on 21 Dec 2007 13:48 by lawchula
ใกล้เลือกตั้งแล้วเนอะ...เลือกใครเลือกพรรคไหนก็เลือกเถิด
ถ้าจะก่อเกิดสันติสุขของประเทศไทย โอเค๊!
ก่อนอื่นขอขอบคุณทุกคอมเม้นต์ตั้งแต่เปิดบล็อกมา
โดยเฉพาะคนที่ขยันโพสต์บ่อยๆเหนียวแน่นหนึบมากๆ
(รู้ตัวกันดีนะจ๊ะ ไม่ต้องเขิน)
เพื่อนๆที่เขียนบล็อกเหมือนกันคงรู้ดีว่า แต่ละคอมเม้นต์นั้น
เป็นกำลังใจให้กับคนเขียนได้มากแค่ไหน
และสำหรับคนที่เข้ามาอ่านแวะเวียนผ่านมา
ไม่รู้จะ'เม้นต์อะไร ยังจดๆจ้องๆ ก็ขอขอบคุณ
ที่ให้ความสนใจและแวะเวียนผ่านมานะคะ
มันจะขึ้นที่ Stat ว่ามีคนแวะเวียนมาอ่านมากน้อยแค่ไหน
อย่างน้อยทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่เขียนไปนั้นคงทำประโยชน์
หรือเป็นอาหารเสริมให้กับผู้อ่านได้ไม่น้อย
พยายามจะลุกมาเขียนทุกวัน แต่บางทีมันจะพาลเขียนเหมือน
บล็อก กลายเป็น ไดอารี่ ไปซึ่งไม่อยากทำอย่างนั้น
อยากให้มันคงคอนเซ็ปต์ของบล็อกนี้ไว้คือ
การที่เราเดินบนถนนนักกฎหมายนั้น เดินคนเดียวมันเหงา
เราชวนคนมาเดินเป็นเพื่อนกัน หรือไปเดินเป็นเพื่อนคนอื่น
คอยชี้แนะรุ่นน้อง แนะนำรุ่นพี่ให้รู้จักกับถนนสายนี้
ตรงไหนเป็นหลุมเป็นบ่อ ก็บอกๆกันไว้
คนอื่นๆจะได้ไม่ต้องมีใครเจ็บตัวกันมาก
(เจ็บกันไว้บ้าง เป็นการเรียนรู้ที่ดี)
สำหรับตัวคนเขียนนั้นได้รับพรประเสริฐจากพระเจ้ามากมาย
คือไม่ได้เดินบนถนนนักกฎหมายเท่านั้น
แต่ได้เดินบนถนนที่อบอุ่นสายนี้และสายอื่นๆด้วย
ทุกวันนี้มันจะไพล่ไปเรื่องทางด้านการจัดการทางการเงิน
การบริหารและมาร์เก็ตติ้งซะมาก ซึ่งเริ่มต้นจากความสนใจส่วนตัว
และอีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกว่าช่วยได้คือศาสนา
หลายคนอาจจะงง เอ วันก่อนยังมาอิทธิบาทสี่
วันนี้มาพรประเสริฐจากพระเจ้า นับถืออะไรกันแน่
เราเองก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันนะ สิ่งที่กรอกลงไปในช่องแบบฟอร์ม
กับสิ่งที่เราเป็นมันไม่รู้ว่าตรงกันหรือเปล่า
เราเปิดใจยอมรับสิ่งดีๆในชีวิตที่เข้ามาและมองบวกเสมอ
(หรืออย่างน้อยก็มองให้ขำเข้าไว้)
แต่คิดว่าถ้าเราเปิดใจ เราจะดึงเอาแง่มุมที่สำคัญๆ
ออกมาใช้ได้โดยไม่ต้องมี"เธอ"มี"ฉัน" โลกคงจะดีขึ้นได้
วันก่อนไปฟัง Executive Talk@ Maruey
ที่ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์
งานนี้เชิญคุณสมจินต์ และคุณมนตรี ศรไพศาล มาพูด
สองคนนี้ คนแรก เป็นกรรมการผู้จัดการบลจ. วรรณ และ
ดูแลกองทุน Equity ETF ของไทย หรือ TDEX ซึ่งเป็น ETF
ตัวแรกของไทย(อยากซื้อม๊ากมาก แต่ไปสำรวจมาแล้วว่า
ต้องซื้อซักแสนนึงถึงคุ้มค่ามาร์...T0T ตังค์น้อยใช้สอยอย่างประหยัด)
คนหลังเป็นผู้น้อง เป็น CEO ของบล.กิมเอ็ง บล.อันดับหนึ่งของไทย
(และหนึ่งในห้าของโลก เนื่องจากมันเป็นเชน)
ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะคุยไปโดยมีพื้นฐานในเรื่องศาสนา
เออ แล้วเอาไปเกี่ยวกับเรื่องการเงินได้เฉยเลย
แต่ว่าส่วนใหญ่มันให้แง่คิดในการดำเนินชีวิตมากกว่า
วันนั้นเริ่มประมาณหกโมง เลิกสามทุ่มครึ่ง...เยี่ยม!
ถึงแม้จะเคยได้พูดคุยรู้จัก(ข้างเดียว)กับทั้งสองท่านมาบ้างแล้ว
แต่พึ่งรู้ว่าทั้งสองท่านล้วนศึกษาศาสนาอย่างลึกซึ้ง
โดยคุณสมจินต์นั้นเป็นพุทธศาสนิกชน
และคุณมนตรีนั้นเป็นคริสตศาสนิกชน
แม้ว่าจะคุยกันเรื่องศาสนาและดูเหมือนน่าจะน่าเบื่อ
แต่มันให้แง่คิดที่ดี เหมือนที่คุณมนตรีบอกว่า
ตำราทั้งหลายที่เขาเคยร่ำเรียนมานั้น
หนังสือเล่มที่ใช้มากที่สุดในการทำงาน คือ ไบเบิ้ล
ส่วนคุณสมจินต์บอกว่า หลักการบริหารคนนั้นใช้
พรหมวิหาร 4 หลักการบริหารงานใช้ อิทธิบาท 4
แต่ทั้งสองก็เห็นตรงกันว่า หัวใจเริ่มต้นที่ Positive Thinking
โลกเป็นอย่างที่เราอยากมอง ซึ่งบังเอิญมากว่า
พึ่งไปซื้อ Life as a coach ของมร. ซิคเว่ CEO ดีแทค
มาอ่าน มีความพ้องกันหลายประการ
ทำให้เห็นแนวร่วมของผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จมักมีแก่น
ที่คล้ายๆกัน(อ่ะ ช่วยเขาขายของซะงั้น)
หลายคนอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วยังอาจจะรู้สึกว่า
ไกลตัว ผู้บริหารอะไร ไม่เห็นเกี่ยวกับเรา
ก็อยากเล่านิทานเรื่องนึง ซึ่งก๊อบคุณสมจินต์มา
(ซึ่งก็คงไปอ่านมาจากที่ไหนซักแห่งแหละ ในหนังสือ
ธรรมะมากมายของท่าน)
มีชายคนหนึ่งวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อหนีเสือโคร่งที่กำลัง
วิ่งไล่กวดจะมางับก้นอยู่มะรอมมะร่อ
ระหว่างที่วิ่งอยู่นั้นก็เห็นว่าข้างหน้ามีหลุมหลบได้อยู่
ก็ตัดสินในกระโดดลงไป เสี่ยงโดดลงไปดีกว่าเสือกินนะ
ตอนที่โดดไปนั้นเองก็เห็นที่ก้นหลุม มีงูยักษ์อนาคอนด้า
นอนขดตัวอยู่(ซวยจิ๊บ เขาคงคิดในใจ) ระหว่างที่ร่างลอยลิ่ว
ลงไปได้ครึ่งทางมือก็ไปคว้าหมับเอาเถาวัลย์ที่ห้อยลงมาพอดี
(เฮ้อ เกือบไป) เสือก็จอดอยู่ริมหลุม ข้างล่างก็งูยักษ์ดำเมี่ยม
ยังไม่ทันจะได้ดีใจ ก็เหลือบไปเห็น หนูขาวกับหนูดำสองตัว
กำลังกัดแทะเถาวัลย์นั้นอยู่(ไอ่หนูเวง!- -' เขาคงคิด)
แต่ทว่ามองขึ้นไปสูงไปกว่าเสือ สูงไปกว่าหนู
มีรังผึ้งอยู่ มีน้ำผึ้งกำลังไหลย้อยลงมา
ถ้าคุณเป็นชายคนนั้น คุณจะทำอย่างไร?
เอ้า คิดกันให้หัวแตกกันไป
อย่าคิดมาก
...
....
.....
......
จะเฉลยแล้วนะ
...
....
.....
......
คำตอบก็คือ
เขาก็แลบลิ้นออกมา แล้วก็กินน้ำผึ้งหยดหนึ่งลงไป
แล้วพูดว่า "อื้ม อร่อยดีจัง"
...
....
.....
ต้องการจะบอกอะไร
จะบอกว่าเรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องเจอในชีวิต
เราเจอปัญหาหนึ่งก็พยายามแก้ปัญหา แล้วก็จะเจอปัญหาอื่น
แก้แล้วก็เจออีกไปเรื่อยๆ มันเป็นธรรมดาของชีวิต
แต่เมื่อเราทำทุกอย่างที่ต้องทำไปหมดแล้ว
แก้ปัญหาหมดก็แก้แล้ว เรื่องที่เหลืออีก 10% ในชีวิต
มันอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา แต่90% ที่เราควบคุมชีวิต
เราได้ เราเลือกได้ว่าจะมองโลกอย่างไร
จะมองเห็นน้ำผึ้งหยดนั้นในชีวิตของคุณหรือเปล่า
หรือคุณมองเห็นแต่เสือ งู และหนู
ฟังเรื่องดีๆมาแล้วอยากแบ่งปันน่ะค่ะ รู้สึกว่าประทับใจมาก
ขอนอกเรื่องนอกราวซักเอนทรี่นึงแล้วกันนะคะ
ปล. ไปอัดรายการมาแล้ว เหลือบเห็นตัวเองในมอนิเตอร์ที่ไร
แล้วรู้สึกสยอง เหอเหอ แต่สิ่งที่พูดได้ก็พูดไปแล้ว
ทำก็ทำไปแล้ว สิ่งที่เหลือก็คือว่า ...อย่าไปบอกใครแล้วกัน ว่าออกอากาศเมื่อไหร่
อิอิ
อยากรู้จังเลยค่ะ รายการอะไร จะได้รอชม บอกใบ้โหน่อยยยยยได้ไหมคะ
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ค่ะ
#1 By ✿Decies✿ on 2007-12-21 17:45