เอาหละ กลับมาเรื่องเกี่ยวกับการเรียนของเราดีกว่าเนาะ
(อ้าว ทำหน้าเหยเกกันใหญ่)

ยังจำวันที่เราไปนั่งรอสอบปากเปล่าตั๋วทนายได้หรือเปล่า
ระหว่างที่นั่งรอเงกจนปวด...ก้น...ก็เลยนั่งคุยกับคนที่นั่งข้างๆ
ซึ่งคุยกันออกรสออกชาดมากราวกับรู้จักกันมาแต่ปางก่อน
จึงทำให้ได้รู้ว่า คนข้างๆนั้นจบมาแต่พ่อขุนรามมหาราชยูนิเวอร์ซิตี้
เขามีความสงสัยในระบบการเรียนของมหาวิทยาลัยลงกลอนเป็นอย่างมาก
(เขียนไปประหนึ่งวิญญาณซ้อเจ็ดเข้าสิง ทุกอย่างเป็นรหัสปริศนา
สงสัยอ่านมากไปซะแล้วเรา อิอิ)
คือว่า ในมหา'ลัยปิดประตูลงกลอนนั้น เขาเรียนแตกต่าง
จากรามยูฯของเขาอย่างไร อันตัวเราก็ไม่รู้ว่าจะตอบเขาอย่างไร
เนื่องจากก็ไม่เคยไปเรียนมหาวิทยาลัยไม่ลงกลอนหรือแม้แต่
ในระหว่างมหาวิทยาลัยพี่น้องทองชาดนั้น ก็ยังไม่เคยไปเรียน
รู้แต่ว่ามีความแตกต่างกันอยู่มากทีเดียว

ผู้ที่สนใจศึกษาต่อในแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นควรศึกษาระบบ
การเรียนและการให้คะแนนของแต่ละสถาบันให้ดี อย่าสักแต่ว่า
เห็นเป็นนิติฯเหมือนกัน หรือมีชื่อเสียงเหมือนกัน
เพราะว่า มันไม่เหมือนกันเลยจริงๆนะตัวเอง
พูดไปใบ้ท่าเป็นละครลิง ท่านผู้อ่านก็คงยังไม่เข้าใจ
เอาเบื้องต้นง่ายๆ เท่าที่รู้มาเท่าหางอึ่งแล้วกันนะ

ประการแรก  มหาวิทยาลัยมีสองระบบ ปิด กับ เปิด
มหาวิทยาลัยปิด ก็เข้าไปเรียนไม่ได้...(ท่านผู้อ่านคงเอ่ยว่า Kru-ka-laew)
เข้าไปเรียนไม่ได้ ถ้าไม่ได้สอบเข้าไปหรือยื่นคะแนน
และต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกมากมาย แก่งแย่งชิงดี
ตบตีกันเข้าไปเรียนผ่านระบบที่เรียกว่า แอดมิสชั่น
ถึงแม้ว่า ต่อไปคนที่เข้าไปเรียนจะต้องเป็นเด็กดีมีบัญญัติ10ประการ
เช่น มหาวิทยาลัยสีชมพู สีเหลืองแดง สีเขียว etc.
มหาวิทยาลัยเปิด เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ต้องการไปแก่งแย่งชิงดี
เข้าสู่ทางธรรม มีเพื่อนร่วมรุ่นมากมายตั้งแต่คนใหญ่คนโตไปจนลูกชาวนา
ที่ไหนก็เรียนได้ การศึกษาอยู่ที่ใจ(เหมือนกระบี่อยู่ที่ใจ)
ค่าหน่วยกิตก็ถูก ไม่ต้องมีเช็คชื่อ คะแนนออกมาก็ไม่มี 4 3 2 1
ประหนึ่งคนนับเลขได้ไม่ถึงห้า แต่เป็น A E I O U ไม่ช่ายยย!...
(เขียนไปเขียนมามันให้สาระอะไรบ้างมั้ยเนี่ย เยิ่นเย้อน่ารำคาญ
งั้นก็อ่านแบบ Skip Skim ไปแล้วกัน)
เอายกตัวอย่างเกรดที่ราม จะแบ่งเป็นสามเกรดเท่านั้นคือ
G P และF เข้าใจง่าย คือ เยี่ยม ผ่าน และตก

อันที่จริงมีมหาวิทยาอีกประเภทคือ (ลัก)ปิด ลัก(เปิด)
คือเป็นมหาวิทยาลัยปิด แต่ทำตัวเหมือนมหาวิทยาลัยเปิด
เพราะรับไม่อั้น ขอให้มีตังค์จ่ายค่าเรียน
เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่ครหาว่าเด็กไม่ไฮโซจะเสียคนได้ง่าย
อันได้แก่มหาวิทยาลัย ABC(อ๊ะ ตก เอ ไปตัว)
จริงหรือไม่ไม่รู้หละ ไม่ใช่คนชอบเที่ยว
แต่เท่าที่เคยประสบพบเจอมาสองคน
คนแรกเป็นรุ่นพี่ที่เก่งมาก น่ารักเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน
ภาษาอังกฤษดีมาก เคยไปอยู่อเมริกามาหนึ่งปี ทำงานเก่ง
นายรักสุดๆ แต่ว่าแต่งงานไปแล้ว ไปช่วยงานสามีแทน
คนที่สองเป็นเพื่อนที่ฝึกงานมาด้วยกัน(อ๊ะ ไม่ใช่โจทก์เก่า)
เก่งมาก ตอนหลังได้ข่าวว่าได้ทำงานที่ที่ฝึกงานนั่นหละ
ซึ่งปฏิเสธเด็กจุฬาฯที่ฝึกพร้อมกันไปหลายคน
แต่ว่าshe ไม่เคยมาทำงานทันเลยซักวันตอนฝึกงาน
ให้เพื่อนตอกบัตรให้ตลอด(แสดงให้เห็นถึงการเอาตัวรอดเก่ง)
เริ่ดมากๆบางวันก็หนีไปช็อประหว่างวันซะงั้น
เคยเล่าให้เพื่อนฟังว่า ทำเงินหายเป็นหมื่น เพราะลืมไว้ในรถ
แล้วเรารถไปล้าง...แต่เอาเหอะ จิ๊บๆ(เป็นคนไม่คิดเล็กคิดน้อย)
ถือว่า ดีทั้งสองคน อิอิ

ประการที่สอง การให้คะแนน ที่มาของคะแนน ไม่เหมือนกัน
นอกจากการสอบแล้ว ในมหาวิทยาลัยปิดยังมีกิจกรรมที่มาแห่งคะแนน
มากมายที่อาจารย์จะมีเวลาไปคิดหามาให้คะแนนได้
ไม่ว่าให้ไปทำงานกลุ่มทำรายงาน ออกมาพรีเซนต์ธรรมดาดาษดื่น
หรือเล่นละคร หรือmoot court หรือสมมติเป็นฝ่ายต่างๆมาถกกัน
ที่เห็นแปลกสุดๆคือ ให้สอบไปแล้ว ให้ไปเขียนแก้คำตอบข้อสอบมาได้
นี่แหละ อืม ขั้นตอนคือ ออกข้อสอบมาให้นั่งทำในห้องสอบ
เสร็จแล้วก็เอาโจทย์นั้นออกไปคิดว่า ที่ตอบมาเนี่ย ตอบผิดหรือเปล่า
อยากแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงอย่างไร ก็ไปทำมา
จะเขียนมากี่แผ่นก็ไปเขียนมา ให้เวลาสัปดาห์นึงมั้ง แล้วมาส่ง
หรือถ้าคิดว่าตอบมาเจ๋งสุดแล้ว ก็ไม่ต้องทำมา ...คิดได้ไงเนี่ย
สาบานว่าทำมาแล้ว ด้วยความขี้เกียจเลยทำส่งๆไปแผ่นนึง
รู้สึกว่า จริงๆแล้วคนที่ส่งก็ได้คะแนนเพิ่มในข้อหาขยันเอาใจใส่
คงช่วยได้หน่อยนึง
นอกจากนี้ยังต้องมีการเช็คชื่อด้วย ตรงนี้อาจจะไม่มีผลต่อคะแนน
โดยตรง แต่ว่าส่งผลต่อการได้สอบ และเคยมีคนเวลาไม่พออดสอบมาแล้ว
แต่รุ่นเรา เขาไม่ค่อยเช็คชื่อนะ พึ่งจะมาฮิตเพราะอาจารย์MJเนี่ยหละ
ตัวดี ขยันคิดดีนัก...คณะเลยเจริญ ขยันมาเรียนกันใหญ่ อิอิ
ไม่งั้นอย่างเรานี่ ศึกษาทางไกล นอนอยู่หอรอให้อาจารย์ส่งสัญญาณ
ผ่านสายลมมาให้เรียนเอง หึหึ
(เด็กๆอย่าเอาเยี่ยงอย่าง<<< ก็เขียนไปงั้นๆแหละ รู้ว่าคงเกินเยียวยาแล้ว)

ส่วนมหาวิทยาลัยปิดนั้น เนื่องจากคนเรียนมันอนันต์มากเกินกว่าจะมาเรียน
กันได้ทุกคน แต่ทางมหาวิทยาลัยก็เปิดช่องทางให้เรียนได้หลากหลายช่องทาง
หลายๆคนที่เรียนมหาวิทยาลัยปิดอยู่ดีๆก็เรียนมหาวิทยาลัยเปิดด้วย
ปิดๆเปิดๆสนุกดี เครียดก็แต่ตอนต้องสอบเนี่ยหละ จะไปเครียดทำไม
คิดว่าไม่อ่านหนังสือแล้วกลัวคะแนนดีหรือไงเนี่ย เออ นะ
เราชื่นชมการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชมาก
(พ่อขุนรามคิดถึงไปเยอะแล้ว มีเรียนผ่านเน็ตด้วยรู้นะ)
มีทั้งทีวี โทรทัศน์(อ่ะ อันเดียวกัน ขออภัยที่กล่าวซ้ำ)
วิทยุ อินเตอร์เน็ต หนังสือให้อ่าน เว็บบอร์ด ดาวเทียม
อาคารสถานที่โอ่อ่ากว้างขวางพูดราวกับเคยไป ไม่เคยหรอก
มีหลักสูตรมากมายมหาศาลถ้าจำไม่ผิดราวสองหรือสามปีที่แล้ว
ได้รับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่จัดการศึกษาทางไกลได้ดีเยี่ยม
อันดับหนึ่งในประเทศไทย และในภูมิภาคเอเชีย(ระดับโลกด้วยหรือเปล่า
จำไม่ได้แล้วล่ะ)
และเมื่อพูดถึงการศึกษาทางไกลของประเทศไทยเราแล้ว
จะลืมวิสัยทัศน์ของท่านผู้มีพระคุณพระองค์หนึ่งไปไม่ได้เลย
โดยพระองค์เคยทรงเป็นครูของเด็กๆมากมายที่โชคดี
ได้เรียนกับสุภาพบุรุษที่ฉลาดมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย
คนที่เป็นครูของมนุษย์ทุกคนที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย
จนทุกวันนี้เราต้องกราบไหว้และระลึกถึงเขาในทุกบ้าน

ก่อนที่จะจบไปในตอนนี้อย่างสวยงาม
ต้องไม่ลืมพูดถึงที่มาของคะแนนของสถาบันพ่อขุนราม
เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่จัดการศึกษาได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน
ไม่ว่าวิทยากรอาจารย์ที่ได้รับเชิญมาสอน
ห้องเรียน การสื่อสาร ระบบต่างๆที่รองรับ อินเตอร์เน็ต
แต่ที่มาของคะแนนหาใช่ระบบเหล่านั้นไม่
เป็นที่เชื่อกันว่า ที่มานั้นหาใช่อื่นไกล อยู่หน้ารามนั้นเอง
และ อยู่ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งก็คืออนุสรณ์พ่อขุนราม อันลือลั่น
เรื่องความศักดิ์สิทธิ์เพราะไม่เพียงแต่มีคนมาขอเกรดเท่านั้น
แต่ขออื่นๆและอื่นๆอีกมากมาย ม่ายเชื่อเร๊อะ! ไปพิสูจน์ด้วย
ตาคุณเองเถอะ...อิอิ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

จริง ๆ แล้ว รามคำแหงมหาวิทยาลัย ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเปิด แต่เป็นมหาวิทยาลัยตลาดวิชา

ความต่างคือตลาดวิชานั้นมีการจัดการเรียนการสอน แต่ไม่มีการสอบเข้า (ยกเว้นคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่มีการสอบเข้า)
แต่เปิดอาจไม่มีการจัดการเรียนการสอน เช่น ม.สุโขทัยฯ เรียนทางไปรษณีย์ เป็นต้น

ที่มาของคะแนนอยู่หน้าราม ฟังแล้วปวดใจ

cry sad smile

#1 By AKe (203.113.80.137) on 2007-12-25 10:42


เป็นคนดีพอแล้วครับquestion

ไม่ช่ายเรียนจบมหาลัยดัง แต่เห็นแก่ตัวก็ไม่ดีนะ

#2 By กำ (125.24.209.199) on 2008-07-05 16:03

เราเคยเป็นนิสิตเก่าจุฬาคนหนึ่งในทางสายวิทย์
แต่ไปเรียนจบที่คระนิติศาตร์รามคำแหง
รามคำแหงไม่ใช่มหาวิทยาลัยเปิดนะแต่เป็นตลาดวิชาครับ ส่วนที่มาของคะแนนอยุ่หน้ารามเราว่า
ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว มันขึ้นอยู่กับบางคนนะ
เราเองก้อาสัยจากการอ่านตำรา กับการเรียนทางเน็ต
หรือไม่ก็เข้าเรียนในห้องเรียน แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้
บอกเลยว่าต้องช่วยตัวเองอย่างมาก ไม่มีคนมาบอกให้ทำ ให้อ่านหนังสือ หรือมีคะแนนช่วย ไม่มีมิดเทอม
สอบครั้งเดียวคือสอบปลายภาค เรียนที่ไหนก้เหมือนกันแหละครับ มีความรุ้เหมือนกันครับผม

#3 By จุฬา-ราม (58.9.135.63) on 2008-07-18 22:42