ข้อสอบตั๋วทนายรุ่นที่ 28(2)
posted on 25 Oct 2007 02:37 by lawchula in Licenseออกนอกกำแพงเมืองจีนไปอีกแล้ว ตอนที่เรียนปี4 คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ
หลายคนก็จะไปสอบตั๋วทนายกัน อย่างที่บอกไว้ในตอนที่แล้วว่า
มันก็คือใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทนายความ เหมือนกับที่หมอต้องมีใบ
ประกอบวิชาชีพโรคศิลป์ เหมือนวิศวะที่ต้องมีใบกว.เพราะ
อาชีพทนายความถือเป็นวิชาชีพ(Profession)
คนส่วนมากไม่ว่าอยากเป็นทนายหรือไม่ แต่จบนิติฯ
ก็จะมาลงสอบกันทั้งนั้น แสดงว่ามันต้องมีอะไรดี
เพราะตั๋วทนายเนี่ย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นการรับรองหนังสือ การไปจดทะเบียนทำนิติกรรม
ที่ต้องมีผู้รับรองลายมือชื่อ ระบบของไทยให้คนที่มีตั๋วทนาย
รับรองลายมือชื่อได้ เรียกว่า Notary Public
ซึ่งในต่างประเทศ การลงลายมือชื่อในเอกสารของราชการ
อาจทำได้ต่อหน้าโนตารี ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแทน
เจ้าพนักงานของรัฐ เช่น เซ็นใบหย่า ก็ไปเซ็นต่อหน้าโนตารีได้
ถ้าเป็นประเทศไทย ก็ต้องไปเซ็นต่อหน้านายอำเภอซึ่งเป็น
เจ้าพนักงานที่ใช้อำนาจปกครอง
แต่ว่าเดี๋ยวนี้ มีการไปขึ้นทะเบียนโนตารีโดยต้องไปอบรมของ
สภาทนายความก่อน แล้วก็ไปขึ้นทะเบียน แต่คนจะขึ้นทะเบียนได้
ก็ต้องมีตั๋วทนายก่อน การลงลายมือชื่อในเอกสารบางอย่างที่ใช้
ติดต่อกับต่างประเทศต้องใช้โนตารี ใช้ทนายความรับรองเฉยๆ
อาจไม่ได้รับการยอมรับ เป็นช่องทางหาเงินง่ายๆเลยนะเนี่ย
รับรองว่าเป็นลายมือชื่อของผู้มีชื่อในนั้นจริง ก็ได้มา 500-2000 บาท
ต่อหน้าแล้ว(เรทราคานี่ตามที่เคยพบประสบมา)
ตั๋วทนายจึงเป็นที่นิยมมาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าใสหน้าอ่อนจากรั้วมหาวิทยาลัย
หมาดๆหรือว่าจะเป็นหัวทองหัวเงิน(กรุณาอ่านดีๆอย่าให้พลาดเป็นอย่างอื่น)
ของลุงๆป้าๆทั้งหลาย ตอนไปอบรมก่อนที่จะสอบ ก็จะเห็นคนในหลากหลาย
ช่วงอายุมากๆ หลายๆคน(เท่าที่ได้พูดคุย เยอะมาก)เรียนคณะอื่นมา
แล้วก็เริ่มค้นพบตัวเองว่า มาสอบทนาย ท่าทางจะมีอนาคตที่ดีกว่า
(ก็อาจจะเป็นได้ หลายๆคนมองว่าสายอาชีพนี้ รายได้ดี อันนี้ไม่คอนเฟิร์มว่าจริง)
การสอบตั๋วทนายจะมีแบ่งเป็น สองภาค ครึ่ง คือ ภาคทฤษฎี กับ ภาคปฏิบัติ
โดยหลังจากสอบทฤษฎีได้ ก็ต้องไปฝึกงาน 6 เดือน แล้วค่อยมาสอบปฏิบัติ
แล้วก็อีกครึ่งคือ การสอบปากเปล่าหลังจากผ่านภาคปฏิบัติ แต่ว่าในประวัติศาสตร์
ยังไม่มีใครเคยตกสอบปากเปล่าเลย ฉะนั้นถ้าสอบผ่านภาคปฏิบัติคราวนี้ไปได้
เราก็ยืดอก(แฟบๆ)เชิดหน้า(สิวเขรอะ)บอกทุกคนได้ว่า เราเป็นทนายความจริงๆ
จริงๆนะ ไม่เชื่อดูบัตรซิ อิอิ
ข้อสอบก็จะอย่างที่เห็นไปนั่นแหละค่ะ คือให้เขียนเกี่ยวกับแบบฟอร์มศาล
เช่นให้ทำคำฟ้อง คำร้อง คำขอ คำแถลง
คำให้การอันนี้ก็ออกมาในรุ่นที่ 27 ภาคปฏิบัติ
แต่ต่างกันที่ภาคทฤษฎี เขียนใส่สมุดคำตอบ เหมือนๆกับตอนที่เราเรียนในมหาวิทยาลัย
แต่ว่าภาคปฏิบัติจะเขียนตอบในหน้าตาแบบฟอร์มศาลจริงๆ ต้องเลือกฟอร์มให้ถูกด้วย
บางคนที่ไม่ได้ไปฝึกงานมาจริงๆ(โดยเฉพาะน้องๆปีสี่ ก็เรียนอยู่จะหยุดเรียนไปฝึกได้ไง
แล้วก็พี่ๆที่มีงานประจำอยู่ คงไม่ลาออกไปฝึกงานนะคะ) ไม่ฝึกก็ต้องขวนขวายมากหน่อย
เพราะนอกจากมันจะยากกว่าภาคทฤษฎีตรงที่ใช้ความรู้ ประมวลสี่เล่ม(ป.อ. ป.พ.พ.
ป.วิ.อ. ป.วิ.พ.)นิดหน่อยโดยเฉพาะเรื่องระยะเวลาแล้ว มันยังมีการกรอกแบบฟอร์ม
ซึ่งมันไม่ง่ายนะ ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าแต่ละอันมันกรอกยังไง ตกแน่นอน
การตรวจข้อสอบนี่ สมมติข้อนึงเต็ม 40คะแนน ทำได้ดีมากๆก็ได้ 28 คะแนนอ่ะ คิดดู
เท่าที่ถามมาน่าจะใช้ระบบหักคะแนน เพราะฉะนั้น ต่อให้เนื้อความถูก
แต่เขียนผิดจุกจิกนู่นนี่หลายจุด ก็ต้องขอบคุณท่านที่ตรวจว่า ไม่ให้ติดลบก็บุญแล้ว
เพราะฉะนั้น หัดเขียนให้มันเยอะๆค่ะ ดูแบบฟอร์มมากๆหน่อย
ข้อสอบปีนี้ ถือว่าออกมาพิศดารเหมือนกัน(นิดนึงอะ)
เขียนฟ้องแพ่ง ไม่ยาก อย่างงกับห้างหุ้นส่วนสามัญ คนละอันกับห้างหุ้นส่วนจำกัด
(ออกมาแบบนี้ ไม่แม่น ก็ถือว่าโหด)
คำร้องในคดีอาญานี่ ประหลาดๆ แต่ว่าน่าจะเป็นคะแนนช่วย
ส่วนคำร้องในคดีแพ่ง(อิชั้นโดนไปเต็มๆ) ถือว่า ไม่เคยเห็น ก็คงผิดอ่ะนะ
สำหรับเพื่อนๆที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องตั๋วทนายทิ้งคำถามไว้ได้นะคะ
ยินดีตอบให้ สำหรับทุกความเห็นที่เม้นท์มา อ่านแล้วชื่นใจมากค่ะ
สำหรับคนที่เข้ามาอ่าน ไม่มีความเห็น ไม่รู้จะเม้นท์อะไร
ช่วยเม้นท์ไว้ว่ามาเยี่ยมแล้วก็ได้ค่ะ อยากตามไปอ่าน อยากรู้จักว่าคนอ่าน
เป็นใคร แล้วบล็อกเกี่ยวกับอะไร...ขอบคุณค่า :)
Tags: lawyer, license13 Comments
เมื่อวานเพิ่งสอบเสร็จไปวิชาแรก มึนเลย อาจารย์ท่านวางยาตั้งแต่วิชาแรกเลย สงสัยยังปรับตัวกับวิชากฎหมายไม่ค่อยได้ ไม่ก็เป็นเพราะตัวเองยังไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ สงสัยยังอีกนานกว่าจะได้มาสอบตั๋วทนายที่กล่าวถึงนี้อ่ะค่ะ ทำงานก่อนนะคะ ไว้จะแวะมาเยี่ยมใหม่
ไว้ถ้าไปก่อคดีอาไรไว้แล้วจามาถามนะฮับ
(สังหรณ์ว่าน่าจะเปนคดี พรากๆ อะไรสักอย่างเี่นี่ยแหละ..555)
#1 By Monboysama on 2007-10-25 14:06