ไม่คิดว่าหายไปที ก็หายไปนานเป็นปีขนาดนี้

แต่ก็คิดว่าคงไม่เป็นไรเพราะคนที่เข้ามาอ่าน ส่วนมากเข้ามาอ่านเพราะมันน่าสนใจ มันดูมีสาระดี จึงเสียสละเวลาที่จะเข้ามาอ่าน และหลายๆคน search มาเจอ แล้วก็คอมเม้นต์ไว้ด้วย ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้กลับมาอ่านอีก(เพราะไม่อัพเดท) เราก็คิดว่าในเมื่อมันยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ก็ไม่รู้จะเข้ามาเขียนอะไร...

 

คนอ่าน สำหรับเรา ก็เหมือนครู

 

แต่ละคอมเม้นต์ ก็เหมือน ผลการสอบ

 

เอนทรี่ต่อๆมา ก็คือ บทเรียน แปลกดีที่ว่า การสอบดันมาก่อนบทเรียน...

 

อย่างที่บอกเอาไว้ในเอนทรี่ที่แล้วว่า จะเขียนถึงการเรียนต่อ

ถึงแม้ว่าแผนการเรียนต่อของ ฬ. จุฬา เอง จำต้องเลื่อนออกไปอีกปี (เลื่อนมากี่ปีแล้วเนี่ย) แต่ก็คงเป็นประโยชน์ต่อคนที่จะกำลังเรียนต่อ ไม่ว่าปีนี้ หรือปีหน้า โดยสิ่งที่จะเน้นก็คือการเรียนต่อต่างประเทศ แล้วประเทศที่เน้นก็คืออเมริกา

 

แต่ก็ใช่ว่า สิ่งที่ไม่เน้น ก็จะไม่พูดถึง เพียงแต่ข้อมูลมันไม่ปึ้ก เขียนมากไปเดี๋ยวคนจะรู้ว่าเราแป้ก 555 แต่ใครอ่านแล้วเกิดคำถาม ก็ถามไว้ได้ ถ้าคำถามยากจะไปหาคำตอบให้ ถ้าคำถามนั้นตอบได้เลยก็ใช้เวลาน้อยหน่อย...แต่ไม่มีคำถามไหนที่ไม่สำคัญ

 

การเรียนต่อนั้น...สำหรับคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ คงจะลำบากทีเดียว เพราะนอกจากเนื้อหาวิชาที่ต้องทำความเข้าใจแล้ว อุปสรรคอีกอย่างที่เพิ่มมาคือภาษา ถึงแม้จะฉลาดหัวดี แต่ฟังที่ครูสอน หรือเพื่อนพูดไม่รู้เรื่องก็ลำบาก ยิ่งวิชากฎหมายเน้นการเขียนและการพูด...คงทำให้หลายคนท้อถอย และอาจจะเลิกล้มความคิดเรียนต่อต่างประเทศเลยทีเดียว

บางคนคิดว่าไปเรียนภาษาก่อน เอาให้พร้อมแล้วค่อยไปเรียนต่อ... คนที่มีเงินก็ทำได้ แต่คนที่ไม่มีเวลาจะทำอย่างไร เรียนภาษาต้องเรียนอีกกี่ปีถึงจะพร้อม ใช้เงินอีกเท่าไหร่ มันก็เป็นทางเลือกหนึ่งนะ แต่คิดด้วยว่า เวลาที่ผ่านไป...มันผ่านไปแล้วก็ผ่านไปเลยนะ ถ้าให้ถี่ถ้วนแล้ว คิดว่าเรียนภาษาจำเป็นมากทีเดียวก็ไปเรียนเลย แต่ขอว่า ขอให้ไปเรียนภาษาจริงๆ ไปลงคอร์สเลย จะเมืองไทย เมืองนอก...ขอให้จริงจัง ขอให้โชคดี

เราเคยเห็นหลายคนที่คิดจะไปเรียนแล้วก็ไปทำงานต่างประเทศ คิดว่าจะได้ไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ ความคิดมันก็ดีอยู่หรอก แต่ว่า พอทำงานแล้วมันพาลทำให้ไม่ค่อยไปเรียน บางคนกะว่าไปทำงานเสิร์ฟ ก็ต้องได้ใช้ภาษาแน่ คงไม่ต้องไปเรียน

 

ขอบอกเลยว่า นั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ ขอให้ทำความเข้าใจเสียใหม่ ระหว่างภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แค่พอใช้ กับภาษาที่ใช้ในมหาวิทยาลัย ที่ต้องใช้เรียน ใช้เขียน ใช้อ่าน ที่เรียกว่า Academic English มันคนละเรื่องกันเลย

 

แต่ช้าก่อน! ฟังแล้วก็อย่าพึ่งท้อถอย ที่ขู่ซะให้กลัว เพื่อให้เห็นโลกในความเป็นจริง และเป็นบทเรียนชีวิตที่หลายๆคนต้องเสียเวลา (เวลาอันมีค่า ที่จะไม่ย้อนกลับมาอีกแล้ว ความมั่งคั่งเพียงอย่างเดียวของมนุษย์ที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า) เพื่อเรียนรู้แค่ไม่กี่ประโยคข้างต้น เราไม่เถียงว่า มันไม่จริงเสมอไป มีคนที่ผ่านมันไปได้ ประสบความสำเร็จ คนเหล่านั้นมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง มีแรงผลักดันมีเหตุผลพิเศษในชีวิตที่ต้องการให้การศึกษาของเขาไปถึงเป้าหมาย พึงรำลึกว่า เขาเหล่านั้นเป็นคนน่ายกย่อง เป็นคนพิเศษ เพราะมีคนทำอย่างเขาได้น้อยเหลือเกิน

จากประสบการณ์ที่ได้ใช้เวลาทดลองกับมนุษย์หลายๆคนที่บังเอิญมาถูกเราทดสอบความสามารถโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าโดยยินยอม หรือจนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ตัวก็ตาม เราพอจะได้แนวทางที่คาดว่าน่าจะเป็นข้อสรุปได้ว่า

ใครๆก็สามารถเก่งอย่างเจ้าของภาษาได้ แม้คุณไม่เคยคุยกับคนที่บอกว่าเค้าเป็นเจ้าของภาษาเลยก็ตาม

หลายๆคนเคยเห็น แต่ไม่เชื่อ หลายๆคนรับรู้ว่าคนอื่นทำได้ แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะมีความสามารถได้อย่างนั้น ส่วนเรากลับเห็นว่า ไม่มีใครเกิดมาพูดภาษาอะไรในโลกนี้ได้ นอกจากพูดคำว่า "เฮะ" เหมือนๆกันหมด (ตามที่โฆษณาแป้งเด็กแคร์บอกว่าเป็นภาษาเด็กที่พูดเหมือนกันทั่วโลก) แสดงว่าทุกคนก็เริ่มต้นมาเหมือนกัน มันก็ต้องมีจุดเริ่มต้น ผ่านกระบวนการใช้แบบผิดๆถูกๆ เพิ่มคำศัพท์ไปเรื่อยๆ เรียนรู้ประโยครูปแบบต่างๆที่ซับซ้อนขึ้น จากคนอื่นๆ แล้วก็ทุกภาษาเหมือนกันคือ  

การเลียนแบบ เพราะฉะนั้น คราวหน้าที่คุณฟังอะไรก็ตามที่เป็นภาษาอังกฤษไม่ว่า หนัง เพลง โฆษณา แม้แต่คนที่เดินผ่านไป ลองหัด ฟัง สิ่งที่เขาพูด พยายามพูดเหมือนเขา แม้จะไม่รู้ว่ามันพูดอะไรอยู่ พูดมันออกมาให้ตัวเองได้ยิน (ถ้าอายก็อย่าเพิ่งให้คนอื่นได้ยิน) แต่จงพูดมันออกมา

เราเชื่อว่าถ้าคุณมีความกล้าแล้ว ความอยากรู้มันก็จะตามมา แล้วคุณก็จะมีวิธีของคุณเองที่จะเรียนรู้ภาษาของคุณเอง เพราะทุกอย่างมันก็ต้องเริ่มจากใจของเรา ที่จะเปิดรับมันเข้ามาทั้งนั้น

ระหว่างที่คุณเรียนรู้และสนุกกับภาษาอยู่นั้น (แม้บางครั้งมันจะไม่ค่อยสนุก ก็จงบอกกับใจว่ามันต้องมีทางที่จะสนุกกับมันได้ซิ ถ้าคุณเชื่อ คุณก็จะเจอ) อย่าลืมหาใครซักคนที่จะคอยให้กำลังใจคุณด้วย คนที่จะคอยบอกกับคุณว่าคุณทำดีแล้ว คุณทำได้ คนที่เชื่อในตัวคุณ เพื่อวันที่คุณรู้สึกท้อแท้ คุณจะไม่ท้อถอย ถ้าโชคดีพอ คุณก็มีคนนั้นอยู่ข้างๆคุณอยู่แล้ว อาจจะเป็น พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน ญาติ คนรัก คนรู้จัก แต่ถ้าคุณเหลียวมองแล้วไม่เห็นใครซักคน ก็คิดซะว่า ในที่ใดที่หนึ่งในโลกนี้ มีคนอย่าง ฬ. จุฬา ที่เชื่อในตัวคุณ และหวังว่าเอนทรี่ต่างๆจะเป็นกำลังใจให้คุณก้าวต่อไป Keep moving forward!